Share

THBA แชร์ไอเดียปลดล็อก “สินเชื่อที่ดินเปล่า”

Last updated: 22 Jun 2026
121 Views

ในฐานะหน่วยงานเอกชนที่มีบทบาทในการขับเคลื่อน และยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมการสร้างบ้านของประเทศ สมาคมไทยรับสร้างบ้าน (Thai Home Builders Association: THBA) ได้เฝ้าติดตามพฤติกรรมของผู้บริโภคและข้อจำกัดในตลาดรับสร้างบ้านมาอย่างต่อเนื่อง โดยสมาคมฯ พบข้อเท็จจริงสำคัญประการหนึ่งว่า ความต้องการสร้างบ้านบนที่ดินของตนเอง (Real Demand) ของคนไทยลดลงตามภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว และกำลังเผชิญกับ “คอขวด” สำคัญ 2 ประการ นั่นคือ มาตรการการปล่อยสินเชื่อที่เข้มงวด และข้อจำกัดการเข้าถึงแหล่งเงินทุน เพื่อเตรียมความพร้อมในการสร้างบ้าน

ที่ผ่านมาเกณฑ์การปฏิเสธสินเชื่อเพื่อซื้อที่ดินเปล่า สำหรับบุคคลธรรมดาถูกตั้งกำแพงไว้สูงมาก เนื่องจากความกังวลเรื่องการเก็งกำไร ทว่าในมุมมองของสมาคมไทยรับสร้างบ้าน นโยบายที่ธนาคารกรุงเทพเปิดช่องทางพิเศษ “ปล่อยสินเชื่อที่ดินเปล่า ภายใต้เงื่อนไขผูกพันว่าต้องปลูกสร้างบ้านภายในระยะเวลา 3 ปี” นั้น ถือเป็นแนวคิดเชิงกลยุทธ์ที่ชาญฉลาดและตรงจุดที่สุด

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน จึงขอมีส่วนร่วมและสนับสนุนแนวคิดโมเดลการเงินที่ยั่งยืน ผ่านบทวิเคราะห์และข้อเสนอเชิงนโยบายฉบับนี้ เพื่อชี้ให้เห็นว่าสินเชื่อลักษณะนี้คือโอกาสเติบโตใหม่ของสถาบันการเงิน และเป็นกุญแจสำคัญที่จะมอบประโยชน์สูงสุดให้แก่ผู้บริโภคที่ต้องการสร้างบ้านอย่างแท้จริง (ลูกค้าของสมาชิกสมาคมฯ เคยมีประสบการณ์ตรงและพึงพอใจอย่างมากในการใช้บริการโมเดลการเงินนี้มาก่อน)

1.เปลี่ยนที่ดินเปล่าให้เป็น “สนามซ้อมใหญ่” พิสูจน์วินัยผู้กู้สร้างบ้าน

ในมุมมองดั้งเดิมของฝ่ายอนุมัติสินเชื่อธนาคาร “ที่ดินเปล่า” มักถูกประเมินว่าเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงและสภาพคล่องต่ำ แต่สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ขอนำเสนออีกหนึ่งมุมมองเชิง “จิตวิทยาพฤติกรรมทางการเงิน (Behavioral Finance)” ว่าการกู้ซื้อที่ดินเปล่า โดยมีเงื่อนไขบังคับสร้างบ้านภายในระยะเวลา 3 ปี คือเครื่องมือคัดกรอง “ลูกหนี้น้ำดี” ที่มีประสิทธิภาพสูงสุดสำหรับธนาคาร:

>ด่านทดสอบความรับผิดชอบด้วยวงเงินที่ต่ำกว่า

การอนุมัติสินเชื่อสร้างบ้านพร้อมที่ดินในคราวเดียวกันตั้งแต่แรก ธนาคารต้องปล่อยเงินก้อนใหญ่ (หลักหลายล้านบาท) ซึ่งมีความเสี่ยงสูงหากเกิดหนี้เสียใน 1-2 ปีแรก แต่การให้กู้เฉพาะค่าที่ดินเปล่าก่อน จะช่วยลดความเสี่ยงสัมบูรณ์ (Absolute Risk) ของธนาคารลง และใช้ช่วงเวลา 1-3 ปีนี้เป็น “สนามซ้อม” ดูพฤติกรรมการผ่อนชำระจริงของลูกค้า

>หลักฐานเชิงประจักษ์ก่อนปล่อยสินเชื่อก้อนใหญ่

หากลูกค้าสามารถผ่อนชำระค่าที่ดินตรงเวลาต่อเนื่องกัน 24-36 งวด นั่นคือหลักฐานเชิงประจักษ์ (Tangible Proof) ที่สะท้อนว่าลูกค้าคนนั้น ๆ มีวินัยทางการเงินสูงมาก เมื่อถึงเวลาที่ลูกค้าจะยื่นขอ “สินเชื่อปลูกสร้างบ้าน” ในเฟสถัดไป ธนาคารจะสามารถพิจารณาอนุมัติเงินกู้ก้อนใหญ่นี้ได้อย่างมั่นใจเต็มร้อยเปอร์เซ็นต์ เพราะมีฐานข้อมูลพฤติกรรมดิบของลูกค้าในมือแล้ว

>ตะแกรงร่อนธรรมชาติที่สกัดนักเก็งกำไร

เงื่อนไข “ต้องสร้างบ้านภายในระยะเวลา 3 ปี” เป็นตัวสกัดกลุ่มนักเก็งกำไรที่ต้องการซื้อที่ดินทิ้งไว้เฉย ๆ ได้ทันที คนที่เดินเข้ามาเซ็นสัญญากับเงื่อนไขนี้ จึงมีเพียง “กลุ่มผู้ที่ต้องการสร้างบ้านเพื่ออยู่อาศัยจริง” เท่านั้น ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าที่มีประวัติหนี้เสีย (NPL) ต่ำที่สุดในระบบ

2. กลยุทธ์ “ผูกปิ่นโตต่อเนื่อง” โอกาสทองในการขยายพอร์ตของธนาคาร

ในปัจจุบัน สินเชื่อประเภทอื่น ๆ เริ่มเผชิญกับภาวะอิ่มตัวและมีการแข่งขันที่รุนแรง สมาคมไทยรับสร้างบ้าน มองว่าการที่ธนาคารหันมาพัฒนา “สินเชื่อที่ดินเปล่าควบสินเชื่อปลูกสร้างบ้านต่อเนื่อง (Sequential Loan)” จะสร้างข้อได้เปรียบเชิงธุรกิจที่ยั่งยืน:

โมเดลนี้ ทำให้ธนาคารสามารถ “กินรวบ” ดอกเบี้ยได้สองเด้ง เด้งแรกคือสินซื้อที่ดินเปล่า และเด้งที่สองคือสินเชื่อปลูกสร้างอาคาร โดยมีต้นทุนการหาลูกค้าใหม่ (Customer Acquisition Cost) เป็นศูนย์ เพราะลูกค้าไม่มีแนวโน้มจะย้ายไปแบงก์อื่น เนื่องจากโฉนดที่ดินเดิมถูกค้ำประกันไว้กับธนาคารแรกอยู่แล้ว

3. ประโยชน์และคุณค่าสูงสุดที่ผู้บริโภคจะได้รับ (Consumer Benefits)

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน เล็งเห็นว่าการปลดล็อกข้อจำกัดทางนโยบายการเงินลักษณะนี้ จะส่งมอบผลประโยชน์โดยตรงและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภคระยะยาวใน 4 มิติสำคัญ:

>ลดแรงกดดันทางการเงิน (Financial Breathing Room)

การสร้างบ้านบนที่ดินของตัวเองแบบดั้งเดิม ผู้บริโภคต้องแบกรับภาระหนักพร้อมกันในคราวเดียว ทั้งค่าซื้อที่ดินและค่าก่อสร้าง (ในกรณียังไม่มีที่ดินเป็นของตัวเอง) ซึ่งส่งผลให้วงเงินกู้สูงและมียอดผ่อนชำระต่อเดือนที่ตึงมือเกินไป แต่โมเดลนี้ช่วยให้ผู้บริโภคสามารถ “แบ่งเฟสการบริหารเงิน” ได้อย่างราบรื่น โดยเริ่มจากเฟสการผ่อนที่ดินเปล่า (ซึ่งยอดผ่อนต่อเดือนต่ำกว่า) เพื่อให้เวลาตัวเองในการสะสมทุน เสริมสภาพคล่อง หรือวางแผนงบประมาณตกแต่งล่วงหน้า 3 ปี ก่อนจะเริ่มผ่อนเฟสตัวบ้านต่อไป

>โอกาสครอบครอง “ทำเลในฝัน” ได้ทันเวลา

ที่ดินทำเลศักยภาพเป็นสินทรัพย์ที่มีจำกัดและราคาพุ่งสูงขึ้นทุกปี หากผู้บริโภคต้องรอให้มีความพร้อมทั้งค่าที่ดินและค่าสร้างบ้านพร้อมกัน ที่ดินผืนนั้นอาจถูกเปลี่ยนมือหรือปรับราคาจนเกินเอื้อม นโยบายนี้เปิดโอกาสให้ผู้บริโภคสามารถ “ล็อกทำเลที่ใช่” ไว้ได้ทันทีเมื่อเจอที่ดินที่ถูกใจ แล้วจึงใช้กรอบเวลา 3 ปีที่ธนาคารกำหนด เตรียมความพร้อมเรื่องแบบบ้านและเลือกบริษัทรับสร้างบ้าน

>ได้บ้านที่ตอบโจทย์ชีวิตจริง ไม่ใช่บ้านกล่องสำเร็จรูป

เวลา 3 ปีในเงื่อนไขของธนาคาร ไม่ใช่ข้อจำกัด แต่คือ “โอกาสทองในการเตรียมตัว” ที่ทำให้ผู้บริโภคไม่ต้องรีบร้อนจัดจ้าง มีเวลาเพียงพอในการศึกษาพฤติกรรมการอยู่อาศัยของสมาชิกในครอบครัว วางแผนการออกแบบเลือกแบบหรือออกแบบบ้านที่ยึดหยุ่น เลือกสรรวัสดุพรีเมียมที่มีคุณภาพ ตลอดจนการวางระบบเทคโนโลยีเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม (Living Tech) เช่น ระบบหมุนเวียนอากาศบริสุทธิ์ หรือ Universal Design สำหรับผู้สูงอายุ ได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนและตรงตาม Insight ของครอบครัวที่สุด

>รองรับการส่งต่อสินทรัพย์และขยายครอบครัว (Generational Wealth)

ตอบโจทย์วิถีชีวิตคนรุ่นใหม่ที่ได้รับส่งต่อมรดก หรือต้องการขยายครอบครัวในพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับบ้านเดิมของพ่อแม่ นโยบายนี้ช่วยให้พวกเขาสามารถบริหารจัดการแปลงที่ดินข้างเคียงเพื่อเตรียมการขยายครอบครัวในอนาคตได้อย่างมีระบบ โดยไม่สร้างแรงกดดันทางการเงินให้กับครอบครัวใหม่ที่กำลังเริ่มต้น

4.ข้อเสนอแนะเชิงนโยบายเพื่อการเปลี่ยนแปลง

เพื่อให้แนวคิด “สินเชื่อนวัตกรรมใหม่” นี้เกิดขึ้นได้จริงและปลอดภัยต่อระบบการเงิน สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ขอเสนอแนวทางดังนี้:

>ข้อเสนอต่อธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.)

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน ขอเสนอให้ ธปท. พิจารณาผ่อนปรนเกณฑ์สินเชื่อที่ดินเปล่า โดยให้สิทธิประโยชน์หรือลดค่าน้ำหนักความเสี่ยง (Risk Weight) ให้กับสถาบันการเงินที่ปล่อยกู้ที่ดินเปล่า ที่มีเงื่อนไขผูกพันการสร้างบ้าน เพื่อสนับสนุนให้เกิดการเข้าถึงที่อยู่อาศัยที่มีคุณภาพของประชาชน และกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากผ่านห่วงโซ่อุปทานภาคก่อสร้าง

>ข้อเสนอต่อธนาคารพาณิชย์

สมาคมไทยรับสร้างบ้าน เชิญชวนให้ธนาคารต่าง ๆ หันมาร่วมพัฒนาผลิตภัณฑ์ “สินเชื่อสองระยะ (Two-Phase Loan)” ร่วมกับภาคธุรกิจรับสร้างบ้าน โดยอาจจัดแคมเปญสร้างแรงจูงใจและคืนกำไรให้ผู้บริโภค เช่น หากลูกค้าผ่อนชำระที่ดินดีตลอด 2 ปีแรก จะได้รับสิทธิประโยชน์ลดอัตราดอกเบี้ยพิเศษในการกู้เฟสสร้างบ้าน ซึ่งเป็นการส่งเสริมพฤติกรรมลูกหนี้น้ำดีไปในตัว

>>>บทสรุป: อนาคตที่ร่วมกันสร้าง

การปลดล็อกสินเชื่อที่ดินเปล่าที่มีเงื่อนไขผูกพันการสร้างบ้าน ไม่ใช่ความเสี่ยงทางการเงิน แต่คือ “นวัตกรรมทางกลยุทธ์” ที่ยึดเอาผู้บริโภคเป็นศูนย์กลาง (Customer-Centric) สมาคมไทยรับสร้างบ้าน หวังเป็นอย่างยิ่งว่าสถาบันการเงินและผู้กำหนดนโยบาย จะเห็นพ้องในแนวทางนี้ และร่วมกันเปลี่ยนที่ดินเปล่าให้เป็นผืนผ้าใบแห่งโอกาส เพื่อให้คนไทยได้มีวินัยทางการเงินที่เข้มแข็ง ได้ลดภาระความกดดันทางเศรษฐกิจ และมีโอกาสครอบครองบ้านที่ออกแบบมา เพื่อตอบโจทย์คุณภาพชีวิตและการอยู่อาศัยที่แท้จริงในระยะยาว

 

ขอบคุณแหล่งที่มา: taladbandee.com

 

 

 


Related Content
How to Choose Aluminum Doors and Windows for Your Home
Have you ever wondered why the prices of aluminum doors and windows in the market can vary so much?
29 Jun 2026
ไอเดีย สวนประหยัดพลังงาน เพิ่มร่มเงา ลดความร้อนรอบบ้าน
สวนประหยัดพลังงาน มีส่วนช่วยโลกเราอย่างไรได้บ้าง เนื่องจากวิกฤติภาวะโลกร้อนที่นานวันยิ่งดูเหมือนเพิ่มมากขึ้นทุกที ส่งผลกระทบให้เกิดปัญหาเรื่องการใช้ชีวิต
22 Jun 2026
The Retirement Abroad Index 2026
The Retirement Abroad Index 2026: The Best Countries to Retire, Ranked
18 Jun 2026
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ Privacy Policy and Cookies Policy
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy